การฝึกปฏิบัตินวดแผนไทย


การฝึกปฏิบัตินวดแผนไทย

พื้นฐานของการฝึกนวด คือสมาธิ

   เพราะคนไทยเป็นชาวพุทธ จึงเคารพนับถือครูบาอาจารย์อย่างเคร่งครัด ตามที่ผู้เขียนเคยอธิบายว่าการเตรียมความพร้อมของหมดนวดนั้นต้องมีสมาธิร่วมด้วย หมอนวดต้องยกมือไหว้ระลึกถึงครูบาอาจารย์และก็ผู้ถูกนวดเพื่อขอขมา แต่จริง ๆ แล้วมันคือการรวบรวมสมาธิของผู้นวดต่างหาก เพราะเราต่างก็รู้ดีว่าอะไรที่เราทำด้วยความตั้งใจ มีทั้งสติและสมาธิมันย่อมส่งผลดี และทำให้สิ่งนั้น ๆ เกิดประสิทธิผลอย่างดีเยี่ยม

เทคนิคและวิธีการนวดแผนไทย

หลายตำรามักจะเน้นไปที่การกดจุด แต่แท้จริงแล้วการนวดแผนไทยแค่ลำพัง การนวดก็ได้ผลดี และช่วยรักษาโรคบางชนิดอย่างได้ผล ผู้เขียนจึงเน้นไปที่เรื่องของการนวดมากกว่าการกดจุด ซึ่งต่อไปนี้จะอธิบายถึงการนวดในแต่ละแบบที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการทุบ การกด หรือการบีบก็ดี

รูปแบบและวิธีการนวด

การนวดแผนไทยหรือแผนโบราณเป็นมรดกของไทย เช่นเดียวกับมวยไทย ที่ถูกถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ในเมื่อทั้งสองอย่างเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันจึงถูกนำมาประยุกต์ให้เข้าด้วยกัน หมอนวดจึงมีทั้งการทุบ การบีบ การกด คล้ายกับศิลปะป้องกันตัว แต่เรานำมาประกอบการนวด รักษาโรค ซึ่งมันก็ได้ผลดีค่ะ

1. การกด คือการทิ้งน้ำหนักไปบนผิวหนัง เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว เลือดจะได้ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ซึ่งเราอาจจะใช้กำปั้น ศอก เข่า หรือใช้อุปกรณ์เสริมเช่นท่อนไม้ ก้อนหิน แท่งเหล็กร่วมด้วยก็ได้ แต่ก็ห้ามออกแรงมากเกินไปไม่อย่างงั้นจะกลายเป็นการกระแทกหรือฟาด ซึ่งทำให้บาดเจ็บเปล่า ๆ

2. การบีบ ก็เหมือนเราบีบนวดปกตินั่นแหละ อาจจะใช้นิ้วหัวแม่มือบีบเข้าหานิ้วทั้งสี่ หรือใช้ฝ่ามือประสานเข้าหากันแล้วกำ นวดบริเวณกล้ามเนื้อที่ปวดเมื่อย เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดอาการเกร็ง

3. การคลึง คือ การคลึงผิวหนังให้น้ำหนักลึกไปถึงกล้ามเนื้อชั้นใน เราอาจใช้นิ้วหัวแม่มือ สันมือ หรือข้อมือในการนวดคลึงเป็นวงกลมก็ได้

4. การถู เป็นการเสียดสีของฝ่ามือกับผิวหนัง อาจจะถูไปมาสลับกัน หรือถูเป็นวงกลมก็ได้

5. การกลิ้ง วิธีนี่อาจจะใช้อุปกรณ์เสริม เช่น ท่อนไม้ ท่อนแขน หรือลูกกลิ้ง กลิ้งวนไปวนมาบนกล้ามเนื้อก็ได้

6. การตบ การทุบ หรือการสับ เป็นการออกแรง กระตุ้นกล้ามเนื้อ แต่ห้ามออกแรงตบมาเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นอาจเป็นการประทุษร้ายผู้ป่วย หรือทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาดได้

7. การหมุน เป็นการออกแรงเหวี่ยงข้อต่อ หมุนเป็นวงกลมเบา ๆ

8. การบิด เป็นการออกแรงบิดกล้ามเนื้อ เพื่อหมุนข้อต่อ หรือ เส้นเอ็นให้ยืดออก

9. การยืดดัด เป็นการออกแรงยืดกล้ามเนื้อ เพื่อให้ข้อต่อที่ติดขัดเคลื่อนไหว

10. การลั่นข้อต่อ เป็นการออกแรงยืดข้อต่อให้เกิดเสียงดังลั่น จะได้เคลื่อนไหวได้คล่อง กระฉับกระเฉง